เปรียบเทียบประสิทธิภาพ 6 วัคซีนโควิด-19 ที่อนุมัติแล้วในไทย

ประสิทธิภาพของแต่ละชนิดวัคซีนโควิด-19
6 ชนิดวัคซีนโควิด-19 ที่อนุมัติแล้วในประเทศไทย

รู้ก่อนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ปลอดภัยไว้ก่อน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย เรียกได้ว่ายังคงวิกฤติ รายงานสถิติโควิด-19 ในทุก ๆ วัน แสดงข้อมูลทั้งจำนวนตัวเลขและกราฟ มีจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้มีมาตรการควบคุมโรคในพื้นที่เสี่ยงสูงทั้ง 10 จังหวัดในไทย ได้แก่ กรุงเทพมหาคร ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร สงขลา ปัตตานี นราธิวาส และยะลา ให้ผู้อาศัยที่อยู่ในจังหวัดเหล่านี้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อาทิ ห้ามออกจากเคหสถานตั้งแต่เวลา 21.00 น. – 04.00 น. มีการเรียนการสอนทางออนไลน์เท่านั้น กำหนดเวลาเปิด-ปิดสถานที่ ปิดสถานที่เสี่ยงติดเชื้อ ห้ามรวมกลุ่มเกิน 5 คน สนับสนุนการทำงานที่บ้าน Work From Home

นอกจากการมีมาตรการลดการแพร่ระบาดแล้ว การป้องกันโควิด-19 วิธีที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือ การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 สำหรับในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขได้ให้บริการฉีดวัคซีนให้กับคนไทยและผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย มีจำนวนสะสมการได้รับวัคซีนแล้ว จำนวน 12,569,213 โดส ทั้งเข็ม 1 และ เข็ม 2 (ข้อมูล ณ วันที่ 11 กรกฎาคม 2564 เวลา 18.00 น. ประจำวันที่ 12 กรกฎาคม 2564) โดยในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อนุมัติวัคซีนโควิดที่ฉีดได้ในไทยแล้ว 6 วัคซีน ซึ่งก่อนที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีน ควรรู้ว่าประสิทธิภาพของแต่ละวัคซีน จำนวนโดส ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อความปลอดภัยมากที่สุด

รู้จัก 4 สายพันธุ์โควิด-19 ที่ต้องระวังในไทย

นับตั้งแต่ไวรัสโคโรนา 2019 เข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทย เมื่อปี 2563 จนถึงปัจจุบัน สายพันธุ์โควิด-19 ในไทย ได้มี 4 สายพันธุ์ที่อันตรายและเฝ้าระวัง ได้แก่

  • สายพันธุ์แกมม่า P.1 มีความรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์อื่น สามารถเลี่ยงภูมิคุ้มกันและลดประสิทธิภาพของวัคซีน
  • สายพันธุ์อัลฟ่า B.1.1.7 สามารถเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดี แพร่กระจายเชื้อง่ายกว่าโควิดสายพันธุ์อื่นประมาณ 40-70%
  • สายพันธุ์เดลต้า B.1.617 แพร่ระบาดเร็ว กระจายเชื้อง่าย มีความสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน
  • สายพันธุ์เบต้า B.1.351 แพร่กระจายเชื้อได้เร็วขึ้นประมาณ 50% ระบาดรวดเร็ว และสามารถลดประสิทธิภาพแอนติบอดี้

ชนิดการผลิตของวัคซีนโควิด-19

ก่อนที่จะทราบว่าประสิทธิภาพของแต่ละวัคซีนโควิดเป็นอย่างไรบ้าง มาเรียนรู้ชนิดการผลิตวัคซีนโควิด-19 เพื่อให้เข้าใจวัคซีนแต่ละตัวได้มากขึ้น มีดังนี้

  • mRNA vaccine เป็นการใช้สารพันธุกรรมของไวรัส ฉีดเข้าร่างกายเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
  • viral vector vaccine ใช้การฝากสารพันธุกรรมของเชื้อ SARS-CoV-2 เข้าไปในไวรัสพาหะ และฉีดเข้าร่างกาย เพื่อให้สร้างภูมิคุ้มกัน
  • protein-base vaccine ใช้ส่วนประกอบโปรตีนของเชื้อ แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษวิจัยในคน ระยะที่ 3
  • inactivated vaccine ผลิตจากไวรัส SARS-CoV-2 ที่ถูกทำให้เป็นเชื้อตายแล้ว ฉีดเข้าร่างกายเพื่อกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน

6 วัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย ที่ อย. อนุมัติแล้ว

วัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย
สถานะวัคซีนโควิด-19 ของประเทศไทย ขอบคุณรูปภาพจาก Twitter สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

สำหรับวัคซีนโควิด-19 ในไทย ที่ได้รับการอนุมัติแล้วจาก อย. มีทั้งหมด 6 ตัว มีประสิทธิภาพ เหมาะกับคนช่วงอายุ จำนวนโดส และผลข้างเคียง ดังนี้

1. AstraZeneca

ชื่อวัคซีนที่ขออนุมัติ : วัคซีน COVID-19 VACCINE ASTRAZENECA

นำเข้าโดย : บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตโดย บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด

วันที่อนุมัติ : 20 มกราคม 2564

ประสิทธิภาพ : 70.4%

จำนวนโดส : 2 โดส ระยะห่างจากเข็มแรกประมาณ 4 สัปดาห์

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ : ปวดหรือบวมบริเวณที่ฉีด กรณีร้ายแรงอาจเป็นลิ่มเลือด

2. Sinovac

ชื่อวัคซีนที่ขออนุมัติ : วัคซีนโคโรนาแวค/CoronaVac

นำเข้าโดย : องค์การเภสัชกรรม (อก.)

วันที่อนุมัติ : 22 กุมภาพันธ์ 2564

ประสิทธิภาพ : 49.69%

จำนวนโดส : 2 โดส ระยะห่างจากเข็มแรกประมาณ 2 สัปดาห์

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ : ปวดหรือบวมบริเวณที่ฉีด ปวดเมื่อย

3. Johnson & Johnson

ชื่อวัคซีนที่ขออนุมัติ : วัคซีนโควิด-19 วัคซีนแจนเซ่น/COVID-19 Vaccine Janssen

นำเข้าโดย : บริษัท แจนเซ่น-ซีแลก จำกัด

วันที่อนุมัติ : 25 มีนาคม 2564

ประสิทธิภาพ : 66.3%

จำนวนโดส : 1 โดส

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ : ปวด บวม บริเวณที่ฉีด หากกรณีร้ายแรงอาจเป็นลิ่มเลือด

4. Moderna

ชื่อวัคซีนที่ขออนุมัติ : วัคซีน COVID-19 VACCINE MODERNA

นำเข้าโดย : บริษัท ซิลลิคฟาร์มา จำกัด

วันที่อนุมัติ : 13 พฤษภาคม 2564

ประสิทธิภาพ : 94.1%

จำนวนโดส : 2 โดส ระยะห่างจากเข็มแรกประมาณ 4 สัปดาห์

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ : ปวด บวมแดงบริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย

5. Sinopharm

ชื่อวัคซีนที่ขออนุมัติ : วัคซีน COVID-19 Vaccine (Vero Cell) , Inactivated COVILO (BIBP)

นำเข้าโดย : บริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด

วันที่อนุมัติ : 28 พฤษภาคม 2564

ประสิทธิภาพ : 79%

จำนวนโดส : 2 โดส ระยะห่างจากเข็มแรกประมาณ 3-4 สัปดาห์

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ : ปวดบวมบริเวณที่ฉีด ปวดเมื่อย ปวดศีรษะ

6. Pfizer

ชื่อวัคซีนที่ขออนุมัติ : วัคซีนโคเมอร์เนตี (COMIRNATY VACCINE)

นำเข้าโดย : บริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทย จำกัด

วันที่อนุมัติ : 24 มิถุนายน 2564

ประสิทธิภาพ : 95%

จำนวนโดส : 2 โดส ระยะห่างจากเข็มแรกประมาณ 3 สัปดาห์

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ : ปวดบวมบริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย

จะเห็นได้ว่าวัคซีนโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ วัคซีน Pfizer รองลงมาคือวัคซีน Moderna, Sinopharm, AstraZeneca, Johnson & Johnson และ Sinovac ตามลำดับ ซึ่งในประเทศไทยก็มีทั้งวัคซีนจากภาครัฐ และ วัคซีนทางเลือก ที่ประชาชนสามารถสั่งจองเพื่อฉีดได้ แต่อย่างไรก็ตาม การฉีดวัคซีนโควิด-19 อาจเกิดผลข้างเคียงได้ทุกวัคซีน ดังนั้นการทำประกันสุขภาพ ก็ช่วยเพิ่มความอุ่นใจมากขึ้น หากเกิดกรณีมีอาการผลข้างเคียงร้ายแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล นอกจากนี้การเลือกตรวจโควิดที่บ้าน ก็เป็นอีกแนวทางที่ช่วยให้คุณมั่นใจขึ้นได้

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *